skip to Main Content

Interview : ‘Lady K’ Graffiti Woman

Lady K คือ Graffiti Writer สาวชาวฝรั่งเศส กับผลงานกราฟฟิตี้ในสไตล์ฟอนต์ที่มีเอกลักษณ์และความห่ามปนเซ็กซี่เมื่อเธอนั้นได้ออกไปเขียนแท็กและพ่นในที่ต่างๆ และนี่คือบทสัมภาษณ์ที่เราจะพาไปรู้จักเธอให้มากขึ้น กับจุดเริ่มต้นในการทำงาน, แรงบันดาลใจ และความเสี่ยงต่างๆ ในการทำ Graffiti Bombing  

สถานการณ์ Covid-19 ช่วงนี้ มีผลยังไงบ้างต่อการทำงานกราฟฟิตี้ของคุณ ?

 ประการแรก ช่วงนี้ฉันคิดว่าทำได้ด้วยการเขียนงานสเก็ตซ์มากกว่าออกไปพ่นกราฟฟิตี้ ซึ่งฉันจะอธิบายให้ฟังว่าคำว่า ‘กราฟฟิตี้’ มันเป็นศัพท์เฉพาะตัว ที่เกิดขึ้นในปี 1970 ในเมืองนิวยอร์ก คุณสมบัติของงานแบบนี้ เป็นอะไรที่โดนดูถูกเหยียดหยามมาตลอด โดยใช้ ‘การเขียน’ ในการนำเสนอและตีแผ่เรื่องราวต่างๆ สำหรับฉันงานกราฟฟิตี้ ฉันชอบที่จะทำมันมากกว่าการนั่งมองมันจากข้างนอก บางคนก็ยังไม่มีความเข้าใจและไม่รู้จักหลักความสำคัญของงานแบบนี้เท่าไหร่นัก และบางครั้งมันก็ถูกขโมยเอาไปใช้ในทางอื่นๆ ซึ่งอย่างที่บอกไปช่วงโควิดนี้ ฉันไม่สามารถเดินทางได้มากนัก แต่ในช่วงล็อกดาวน์ครั้งแรก ฉันถ่ายภาพและถ่ายวีดีโอ ซึ่งแทบไม่มีคนอยู่ตามท้องถนนเลย แน่นอนว่าการอยู่บนถนนเพื่อเขียนแท็กเมื่อไม่มีใครอยู่รอบๆ นั้น มันจะซับซ้อนในตอนแรก ฉันไม่รู้ว่าในสถานการณ์ที่ไม่ธรรมดานี้ผู้คนจะมีปฏิกิริยาอย่างไร นอกจากนี้เรายังพบเห็นได้ง่ายขึ้นเมื่อเราอยู่คนเดียวบนถนน แต่ดีอยู่อย่างนึงฉันสามารถเขียนแท็กในสถานที่ ที่ในเวลาปรกติฉันไม่เคยเขียนได้ เพราะมันมีคนแออัดอยู่ตลอด

เริ่มสนใจงานกราฟฟิตี้มาตั้งแต่ตอนไหนและเพราะอะไร ?

มันค่อนข้างก้าวกระโดดและซับซ้อนนะ คือในช่วงยุค 80 มันเริ่มจากแฟชั่น มันอยู่ในสื่อ ในดนตรี วัฒนธรรมพวกนี้มันค่อยๆ แทรกซึม มันมาคลิกฉันจริงๆ เมื่อฉันเห็นงานแบบนี้ ตอนฉันอยู่ประถมศึกษาปีที่ 5 แฟนของฉันกลับมาพร้อมด้วยตัวอักษรสวยๆ ที่เขียนด้วยดินสอบนกระดาษ ฉันคิดในใจว่า ว้าว ! ฉันอยากทำแบบนี้บ้าง จากนั้นฉันเริ่มวาดตัวอักษร ฉันเขียนแท็กสองสามชื่อ แล้วในเวลาเดียวกันฉันก็สนใจงานพวก surrealism ด้วย วันหนึ่งเมื่อฉันอายุประมาณ 18 ปี ฉันตัดสินใจที่จะศึกษาและอุทิศเวลาให้กับการเขียนกราฟฟิตี้มากขึ้น

คุณเรียนจบด้าน Fine Art มาด้วย ?

 ใช่ ฉันเรียนศิลปะที่ Beaux-Arts ในปารีส แล้วก็มาต่อที่ Sorbonne Pantheon University

วัฒนธรรมกราฟฟิตี้ฝรั่งเศสในยุคที่คุณเริ่มพ่นแรกๆ  เป็นยังไงบ้าง ?

ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เป็นเวลาเกือบสิบปีแล้ว ยุคนั้นศิลปินอย่าง futura 2000, bando, psyckoze, jonone, joey starr ได้เริ่มทำงานกราฟฟิตี้เอาไว้ที่นี่ และมันก็ค่อยๆ แพร่กระจาย อย่างพวกปกอัลบั้มต่างๆ ได้รับการออกแบบโดย colt, mode two, paco rabanne, jack lang และคนอื่นๆ ที่มีส่วนสำคัญในการทำให้วัฒนธรรมฮิปฮอปเป็นที่รู้จักที่นี่

เสน่ห์ของงานกราฟฟิตี้ สำหรับคุณคือ ?

คำว่ากราฟฟิตี้ไม่ได้มีเสน่ห์อะไรสำหรับฉัน แต่การเขียนมันมีพลังแห่งความฝัน ที่สร้างโลกให้กับตัวเอง William Blake เคยเขียนไว้ในสุภาษิตว่า สิ่งที่จินตนาการกลายเป็นความจริง โดยการเขียนเราสามารถสร้างยูโทเปียทุกรูปแบบที่สามารถระบุอุดมการณ์และบางทีอาจทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น โลกยังถ่ายทอดผ่านการเขียน มันคือการเขียนที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ที่ก่อให้เกิดความคิด, นิรันดร์ และช่วยให้เราสามารถถ่ายทอดความรู้ที่เรามีเพื่อไปดวงจันทร์ สร้างสรรค์คอมพิวเตอร์ควอนตัมต่างๆ หรือแม้แต่แชร์ความคิดตามปรัชญาของ Epicurean

ในปัจจุบันนี้ งานกราฟฟิตี้ของคุณ เป็นในแบบสไตล์ไหน ?

 รูปแบบตัวอักษรของฉันได้รับแรงบันดาลใจจากการประดิษฐ์ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ฉันผสมผสานองค์ประกอบทางคณิตศาสตร์, หมากรุก, ดอกไม้และซูชิ นับตั้งแต่เดินทางไปเมืองมอสโก ฉันได้ทำงานกราฟฟิตี้ เลือกใช้โครงร่างที่มีขนาดใหญ่ซึ่งมันช่วยให้ตัวอักษรของฉันโดดเด่น

 คุณยังมีสไตล์และแนวทางการทำ bombing ที่ไม่เหมือนใคร คุณดูสวยและก้าวร้าวในเวลาเดียวกัน อันนี้ผมชมนะครับ อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้คุณออกไปทำแบบนั้น ?

มันมีหลายปัจจัย อย่างแรกเลย ฉันเป็นคนแบบนั้น มันคือบุคลิกของฉัน ฉันไม่ต้องการที่จะละทิ้งส่วนหนึ่งของฉันในวัฒนธรรมกราฟฟิตี้ ซึ่งงานแบบนี้โดยพื้นฐานแล้วจะเป็นผู้ชาย สร้างด้วยแนวคิดที่เป็นผู้ชายที่ต้องออกไปพ่น ฉันนำสัมผัสของความเป็นผู้หญิงของฉัน ฉันชอบแฟชั่น เมื่อตอนเป็นเด็ก ฉันทำชุดสำหรับตุ๊กตาให้กับแมวสีขาวตัวโปรด และออกแบบเสื้อผ้าให้ผู้หญิงใส่ ฉันคิดว่าการได้เห็นผู้หญิงคนอื่นๆ บนโลกอินเทอร์เน็ตถือว่าพวกเธอเป็นผู้หญิงที่อยู่ในวัฒนธรรมของผู้ชาย ซึ่งมันเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันอย่างมาก เมื่อพูดถึงการออกไปข้างนอกและเขียนแท็ก ฉันคิดว่ามันอยู่ในบุคลิกภาพของฉันด้วย ฉันชอบที่จะเสี่ยง (เป็นหนึ่งในลักษณะบุคลิกภาพของคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยปราศจากความเสี่ยงนี้ คุณไม่คิดนอกกรอบ เราไม่กล้าที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เราพอใจกับสิ่งที่เรารู้และทำให้เรามั่นใจ) ฉันพยายามดึงเอาสิ่งที่ดีที่สุดของตัวเองออกมา ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ การทำอาหาร กีฬา การตกแต่ง ทุกอย่างที่ฉันทำจะต้องดีจริงๆ และฉันก็ทำมัน ด้วยความรุนแรง, มีความชัดเจน และออกไปข้างนอกเพื่อแสดงความรุนแรงต่อโลกใบนี้ผ่านการเขียนแท็ก ซึ่งฉันได้รับแรงบันดาลใจทั้งดีและไม่ดีจากโลกใบนี้ ฉันคิดว่าในโลกที่สมบูรณ์แบบโดยไม่มีปัญหาเหล่านี้ที่เรารู้ (ภาวะโลกร้อน, การว่างงาน, สงคราม, ความยากจน, การสูญพันธุ์ของสัตว์) อาจจะไม่มีงานแท็กต่างๆ แต่เราอาจต้องสร้างประติมากรรมที่แสดงความงามของโลกขึ้นมา และสุดท้ายงานแท็กอาจกลายเป็นอาวุธที่ใช้ในการวิจารณ์และตรวจสอบ

กระแสต่อคนรอบข้างเป็นยังไงบ้าง เท่าที่คุณเห็น เวลาที่เขาเห็นคุณกำลัง Performance ด้วยชุดที่สวยงามและการทำ Graffiti Bombing ?

 ฉันมักจะดู เมื่อฉันแท็กต่อหน้าทุกคน ฉันมองหน้าพวกเขาและบอกได้เลยว่าพวกเขาจะพูดอะไร ฉันกำลังรอเวลาที่เหมาะสม และเมื่อไม่นานมานี้ มีผู้ชายคนนึงมาหาฉันถามว่าทำแบบนี้ทำไม ฉันไม่ตอบ ฉันอยู่กับเพื่อน เขาเริ่มตามฉันมา ฉันให้สีสเปรย์และปากกามาร์คเกอร์ให้เพื่อนของฉัน ดังนั้นเขาจะไม่ได้อะไรจากฉัน แล้วเราก็แยกย้ายกันไป จากนั้นฉันก็มองหาแท็กซี่หรือรถยนต์ที่จะโยนของพวกนี้ทิ้ง และเขายังตามฉันมา บอกฉันว่าถ้าเขาเห็นตำรวจ พวกเขาจะบอกว่าเห็นฉันทำอะไร แต่ฉันโชคดีที่ได้ไปเจอผู้ชายคนหนึ่งในรถ บางทีถ้าฉันเป็นคนที่มีกล้ามใหญ่ๆ เขาคงไม่มาหาฉันหรอก และก็มีอีกครั้งมีผู้ชายมาจากรถไฟใต้ดินและเห็นฉันพ่น ฉันใส่ชุดเดรสปักเลื่อมที่ค่อนข้างเด่น ซึ่งถ้าไม่มีชุดนั้น ฉันคิดว่าเขาคงไม่สังเกตุ การมีชุดราตรีใส่ออกมาในตอนกลางวันมันมักจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ผู้คนมองมาที่ฉันก่อนที่ฉันจะเริ่มแท็ก ฉันต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่สิ่งนี้มันก็ให้ความท้าทายแก่ฉันมากขึ้น

ชื่อ ‘Lady K’ มาจากอะไร ?

 มันคือการเล่นคำในภาษาฝรั่งเศส แล้วก็เอาผสมผสานกับชื่อของฉัน

กลุ่มของคุณ 156 crew มันยิ่งใหญ่มาก มีสมาชิกที่มีชื่อเสียง รวมถึงคุณด้วย คุณเริ่มต้นเข้ามาในกลุ่มนี้ได้อย่างไร ?

Psyckoze หนึ่งในสามชิกหลัก เสนอให้ฉันเป็นตัวแทนกลุ่ม 156 และเขาบอกฉันว่าเมื่อถึงเวลา 1.56 เราต้องวางทุกสิ่งแล้วออกไปพ่น หลังจากนั้นฉันก็เผชิญกับความท้าทายและก็เป็นหนึ่งในตัวแทนหลักของกลุ่ม

นอกจากงานกราฟฟิตี้แล้ว คุณทำงานอะไรอยู่บ้าง ?

ฉันทำงานระหว่างการเขียนกราฟฟิตี้กับงานด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ ฉันใช้สุนทรียศาสตร์ในการเขียนเพื่อแสดงสูตรทางคณิตศาสตร์ ฉันชอบสร้างความแตกต่างระหว่างการวาดภาพด้วยหมึกสีและขาวดำ งานนามธรรมและรูปร่าง ฉันเริ่มต้นจากการสันนิษฐานว่าในขอบของความคมชัดในตัว infra-thin มีการสร้างสถานที่ที่สามซึ่งไม่ใช่ที่ใดที่หนึ่งและไม่ใช่ที่อื่น แต่เป็นการเชื่อมโยงของทั้งสองแห่ง ตัวอย่างระหว่างสีดำและสีขาวจะสร้างสถานที่ในจินตนาการซึ่งเป็นรูปแบบใหม่มันจะเป็นทุกสิ่งที่ทั้งสองแห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณ การเชื่อมโยงของความคิดทั้งหมดเหล่านี้จะทำให้คุณเดินทาง จากสีเทาไปจนถึงกระดานหมากรุก ด้วยวิธีตามความทรงจำของคุณ

ระบบการทำงานกราฟฟิตี้ของคุณ มีวิธีเป็นอย่างไรบ้าง ?

ฉันมองดูโลกและมันเป็นแรงบันดาลใจให้ฉัน ฉันตื่นนอนตอนเช้าและทำงานเกี่ยวกับตัวอักษร รูปร่าง สีสัน ความหมาย ฉันต้องการสร้างไดนามิก องค์ประกอบที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่น่ารื่นรมย์หรือสมจริง ฉันพยายามวาดงานบนความยืดหยุ่น ความหวัง ความฝันในโลกที่ทุกอย่างกำลังพังทลาย

 เวลาว่างของคุณ นอกจากงานกราฟฟิตี้ ?

 หลายๆ อย่าง ฉันอ่าน ฉันเขียน ฉันทำสวน ฉันทำอาหาร เล่นกีฬา ไปเดินเล่น เล่นกับลูกชายของฉัน

คุณมองงานกราฟฟิตี้ในทวีปเอเชียหรือเคยเห็นงานกราฟฟิตี้ในเมืองไทยมาบ้างมั้ย ?

 ฉันมีเพื่อนที่เมืองไทยชื่อ Adit และฉันสนใจที่จะเขียนหนังสือเกี่ยวกับเอเชียมาก ซึ่งในยุโรปไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก แน่นอนว่าบางประเทศก็เป็นที่รู้จักดีกว่าประเทศอื่นๆ เช่น ไทยหรืออินโดนีเซีย แต่ฉันก็กำลังมองหางานของนักเขียนชาวจีน, คอร์รีน, อินเดีย, กัมพูชา มาศึกษาเช่นกัน

ทุกวันนี้ที่คุณทำงาน graffiti มา คุณเคยคาดหวังหรืออยากให้งานของคุณมันมีผลกระทบอะไรกับสังคมหรือผู้คนบ้าง ?

 ฉันฝันถึงโลกที่การเขียนกราฟฟิตี้สามารถช่วยให้ชีวิตในอุดมคติยูโทเปียมีชีวิตเพื่อตอบโต้อุดมการณ์โดยอาศัยการใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตซึ่งนำไปสู่ความทุกข์ทรมานของพวกเขา (ภาวะโลกร้อน, มลพิษ GMOs, การทำฟาร์มแบตเตอรี่, การว่างงาน, สงคราม) ฉันอยากให้โลกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความเคารพต่อสิ่งมีชีวิต

คติในการทำงานของคุณคือ ?

ปัญหาไม่มี มีแต่วิธีการแก้ไข

English Version

Introduce yourself

hello, i’m a painter and my nickname is lady.K

 How does the current Covid-19 situation affect your graffiti work ?

firstly I consider doing writing, rather than graffiti. Graffiti terminology came in the 1970s when the New York authorities sought to qualify this phenomenon, and it was rather derogatory of them. the initial terminology, the one that the precursors found is “writing” I prefer to use the terminology of the inventors of this practice rather than that of certain observers belonging to a generation who did not understand the importance of appropriating the world, or at least to want to steal it from the dominant powers. I was not able to travel too much, but during the first lockdown I was able to take pictures and videos with almost no one in the streets. of course being in the street to tag when there was nobody around was complicated at first, I didn’t know how in this extraordinary situation people would react. also we are easily more spotted when we are alone in the street. but I was able to tag places that I would never normally have been able to tag because it is always crowded.

When did you become interested in graffiti and why ?

it was progressive, multi-factorial. In the 80s it was starting to be fashionable. it was in the media, in fashion, in music… The culture permeated it. it really clicked when I saw this drawing when I was in fifth grade. My girlfriend came back with a beautiful lettering done in pencil on paper. I thought to myself: waw I want to do the same and even better, from there I started to draw letters. I did a few tags and then I had a long time where I got very interested in surrealism. One day when I was around 18 I decided to devote a lot more time to writing, then around my 20s it became my exclusive focus.

 Did you graduate in Fine Art as well ?

yes I studied at the Beaux-Arts in Paris as well as at the Sorbonne-Pantheon.

How was the French graffiti culture when you first sprayed ?

at the start of the 1990s, it has been almost ten years since futura 2000, bando, psyckoze, jonone, joey starr … had set milestones, the album covers were designed by colt, mode two, paco rabanne, jack lang, and d others had already made a significant contribution to making hip-hop culture known here.

What is the charm of graffiti for you ?

 the word graffiti has no charm for me, but that of writing has all the power of the dream, through writing, this noble activity creates the world for itself. William Blake writes in the proverbs of hell that what is imagined becomes reality, by writing we can create all kinds of utopias that can qualify ideologies and perhaps make the world a better place. The world is also transmitted through writing, it is writing, these corpus of symbols that materialize ideas, eternises, and allow us to be able to transmit knowledge that we enrich in order to go to the moon, build quantum computers or even sharing Epicurean worlds.

What is your present graffiti style ?

 my lettering style is inspired by English calligraphy, bastard which I mix with mathematical elements, chess pieces, flowers, sushi …since my trip to moscow, i have opted for large outlines that allow the letter to stand out, give it rhythm with its full and thin lines while avoiding spending too much time on it. I might just have to go back to Berlin to get back to the three ds. but I love this style created in the urgency of a night on the tracks in minus 3 degrees.

You also have a unique style and approach in bombing. You look beautiful and aggressive at the same time. Please note that this is a compliment but what inspired you to go out and do that ?

 It’s multifactorial, first of all I’m like that, it’s my personality, I didn’t want to give up a part of me in a universe, writing, essentially masculine and built with masculine concepts. I brought my touch of femininity. I love fashion, as a kid I made dresses for my favorite white plush cat, or I designed women wearing extravagant dresses. I also think that seeing other girls on the internet assume their femininity in a man’s universe inspired me. When it comes to going out and tagging, I think it’s also in my personality, I like to take risks (it’s one of the personality traits of creative people, without this risk-taking you don’t think outside the box , we do not dare to innovate, we are satisfied with what we know, and which reassures us), try to bring out the best of myself (whether in painting, cooking, sport, decoration, everything I do has to be really good, and I do it with intensity. Going outside and expressing the world’s violence on the world through the tag was inspired by the world. I imagine that in a perfect world, without all these problems that we know (global warming, unemployment, war, poverty, animal extinctions …) there would be no tags. We might want to make sculptures expressing beauty of the world, the tag is a criticism, we will not hide it.

How are the reactions of the people around you when they see you performing in a beautiful outfit and doing graffiti bombing ?

 I always take care when tagging in front of everyone, people. I look at their faces and I can tell if they are going to say something. I’m waiting for the right time. Not long ago I didn’t wait for the right moment, for example. a guy came up to me asking why i was doing this, i didn’t answer, i was with a friend, he started following me. I quietly gave my bombs and markers to my friend so I wouldn’t have anything on me, and we went our separate ways. From there I looked for a taxi or a car to throw him away. he was following me, telling me if I saw the police, I told them what you did. I was lucky I got in with a guy in his car and 300 yards down the traffic light there was a police car. I had a fur coat, but I could have been in a tracksuit it would have been the same, maybe if I had been a big muscular black he would not have come to see me … Another time I didn’t wait for the right time and a guy to cross the subway car. I had a sequined dress, that’s pretty visible, without that dress I think he wouldn’t have seen me. Having an evening dress in the middle of the day complicates things, people are looking at me before I even start to do anything, I have to be extra careful. This gives more challenge.

Where does the name ‘Lady K’ come from ?

 it’s a play on words in french with my first name.

 Your peers, The 156 crew is huge with famous members including yourself. How did you get started in this group ?

Psyckoze offered to represent 156, and he told me that when o’clock came in 156 he put it everywhere. From there I was faced with a challenge and I had to represent.

 What are you working on besides graffiti ?

 I work on the porosity between writing and the physical sciences. I use the aesthetics of writing to represent mathematical formulas. I like to create contrasts between drawing and ink, color and black and white, abstraction and figuration. I start from the postulate that in the infra-thin border of contrast a third place is created which is neither one nor the other but the association of these two places. example between black and white will create an imaginary place, which is proteiform, it will be everything that these two places inspires you, all these associations of ideas that will make you travel, from gray to the checkerboard, by the way by all your other memories …

What kind of impact do you expect or want your work to have on society or people these days ?

 I dream of a world where writing could help give life to an epicurean utopia to counter an ideology based on the exploitation of living things which leads to their suffering (global warming, pollution, GMOs, battery farming, unemployment, war…). A world built on the basis of respect for living things.

 What kind of graffiti world do you like the most ?

 Waspe’s is my favorite: D but it’s subjective, I have a girlfriend who loves Jeiko’s.

 What is your work motto ?

 There are no problems, only solutions.

 

///////////////////

 

credit photo : @lady.k_156

thank interview : Lady K

 

 

 

 

Back To Top
  • Sign up
Lost your password? Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.