skip to Main Content

Interview : ‘Asmoe’ Graffiti Artist

ถ้าใครที่ติดตามสายกราฟฟิตี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คงไม่มีใครไม่เคยเห็นผลงานของเขา กับ ‘Asmoe’ กราฟฟิตี้อาร์ทติสต์สัญชาติมาเลเซีย ฝีมือจัดจ้านด้วยงานกราฟฟิตี้ Wild Style ที่มีกลิ่นอายของโครงสร้างในแบบงานสถาปัตยกรรม กับบทสัมภาษณ์ในครั้งนี้ที่เขาจะมาบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่จะทำให้เราได้รู้จักตัวตนและผลงานของเขามากขึ้น

แนะนำตัว ?

ผมชื่อ ‘Asmoe Roc’ มาจากเมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ผมเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มอย่าง Mediumtouch (ME), Sandal Vandals (SV), Zinc Nite Crew (ZNC) และ Project Burnerz (PB)

สถานการณ์ Covid-19 ช่วงนี้ คุณทำอะไรบ้าง ?

สถานการณ์โควิด19 ที่มาเลเซียค่อนข้างรุนแรง ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นในพริบตา ทำให้รัฐบาลต้องประกาศล็อคดาวน์ทั้งประเทศ ไม่สามารถเดินทางผ่านชายแดนได้ หรือเดินทางไกลว่า 10 กม. ถ้าออกไปซื้อของใช้จำเป็นสามารถไปได้รอบละไม่กี่คน ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเรียนรู้และพัฒนาผลงานในสตูดิโอและใช้เวลาสนุกๆ กับครอบครัว ผมดีใจที่ได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอีกครั้ง หลังจากที่ไม่เจอกันเป็นปีในช่วงล็อคดาวน์ที่ผ่านมา

เริ่มสนใจงานกราฟฟิตี้มาตั้งแต่ตอนไหนและเพราะอะไร ?

วัฒนธรรมดนตรีสไตล์ฮิปฮอป ทำให้ผมเริ่มสนใจงานสายกราฟฟิตี้ สมัยเด็กผมอินกับการไปอีเว้นท์ฮิปฮอปกับเพื่อนๆ ที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน ไปดูโชว์ของแร๊ปเปอร์คนโปรดที่แร๊ปอยู่บนเวที ด้านหลังก็จะมีผลงานกราฟฟิตี้อยู่ ผมเห็นบ่อยขึ้น ก็เลยเริ่มวาดรูปกราฟฟิตี้ในแบบของผมและหวังว่าซักวันหนึ่งจะได้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมฮิปฮอป และผมภูมิใจที่ได้ตัดสินใจเดินทางสายนี้

วัฒนธรรมกราฟฟิตี้ในยุคแรกๆ ของมาเลเซีย เป็นยังไงบ้าง ?

ในช่วงแรกๆ คนมาเลเซียมีมุมมองที่หลากหลายต่อกราฟฟิตี้นะ โดยเฉพาะรัฐบาลที่ค่อนข้างไม่เห็นด้วยและสรุปไปในทางเดียวกันได้ว่ามันคือการทำลายทรัพย์สิน แต่ในตอนนี้ผมก็ต้องยอมรับว่าผมยินดีมากกับสิ่งที่เป็นอยู่ ที่นี่มีกำแพงขนาดใหญ่ ที่สามารถทำงานกราฟฟิตี้ได้อย่างถูกกฏหมาย เป็นที่สำหรับจัดงาน Meeting of Styles ในทุกๆ ปี และก็ยังมีพื้นที่ทำงานดีๆ ในจุดอื่นๆ อีก ต้องขอบคุณศิลปินกราฟฟิตี้รุ่นบุกเบิกจริงๆ ที่ต่อสู้และทะลายกำแพงอุปสรรคที่ท้าทายสังคมและผู้คน รวมไปถึงยอมรับความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดขึ้นรายวันกับพวกเขาจากการออกมาเรียกร้องให้กราฟฟิตี้มีความสำคัญ ตั้งแต่มีสื่อสังคมออนใลน์เกิดขึ้นเป็นช่องทางให้งานกราฟฟิตี้และสตรีทอาร์ตได้รับความสนใจอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ว่าจะเป็นสื่อยักษ์ใหญ่ บริษัทและองค์กรต่างๆ ก็เข้ามามีส่วนร่วมกับศิลปินกราฟฟิตี้ เพื่อทำงานเชิงพาณิชย์ งานโฆษณาและโปรเจคต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์กับศิลปินอย่างพวกเราและเป็นโอกาสที่ดีสำหรับสังคมกราฟฟิตี้ในการสร้างการยอมรับจากสาธารณะ อย่างไรก็ตามมันก็มีผลกระทบอีกมุมหนึ่งที่เกิดขึ้นคือมีศิลปินรุ่นใหม่ๆ มองกราฟฟิตี้เป็นช่องทางการสร้างรายได้และไม่สนใจรากฐานและปรัชญาเบื้องหลังของมัน นี่ก็เป็นเหมือนหน้าที่ของพวกเราที่จะให้ความรู้ความเข้าใจคนรุ่นใหม่ว่ากราฟฟิตี้มันเป็นมากกว่านั้น มาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้และเป็นสังคมที่รวมคนหลากหลายเชื้อชาติไว้ในที่เดียวกัน ที่นี่มีกำแพงมากมายทั้งใหญ่, เล็ก, ถูกกฏหมายและผิดกฏหมาย แต่โดยรวมแล้วสังคมกราฟฟิตี้ที่นี่ก็ยังอยู่ในวงแคบหากเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่การขับเคลื่อนและภาพรวมของกราฟฟิตี้ที่นี่แม้ว่าจะยังเล็ก แต่ก็เติบโตขึ้นในทุกๆ วัน หากพูดถึงเรื่องความสามารถและการสร้างสรรค์งาน ผมบอกได้เลยว่าพวกเราอยู่ในระดับที่ทำงานออกมาได้สุดยอด ในมาเลเซียมีจำนวนศิลปินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและพวกเขาพยายามที่จะฝากผลงานเพื่อเป็นตัวแทนเมืองที่พวกเขาอาศัยอยู่ มีการใช้เทคนิคมากมายในการนำเสนอสไตล์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว และก็หน้าที่ของพวกเราในฐานะที่เป็นศิลปินที่มีประสบการณ์มากกว่า คือการแนะนำ ชี้แนะอย่างถูกต้อง เป็นตัวอย่างที่ดีและให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ผมมีความสุขมากทุกครั้งที่เห็นเด็กหน้าใหม่ๆ ในวงการและผมก็รอไม่ไหวที่จะได้ชมผลงานของพวกเขา

ช่วงยุคแรกๆ งานของคุณเริ่มจากการ Bombing และ Tags มาบ้างมั้ย ?

ใช่ครับ แต่เดี๋ยวนี้ผมจะทำงานพ่นเป็นชิ้นๆ งานไป ตามสถานที่ใหม่ๆ มากกว่า

ในปัจจุบันนี้ งานกราฟฟิตี้ของคุณ เป็นในแบบสไตล์ไหน ?

งานของผมจะเป็น Wild Style ผสมผสานความเป็นสถาปัตยกรรม มีถ้อยคำและคติต่างๆ สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่มีคุณค่ามาก และจะถูกเติมลงไปในกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานของผม ลึกๆ แล้วงานตัวอักษรของผมสะท้อนถึงตัวตนในฐานะคนทำงานด้านสถาปัตยกรรมและมันก็ไม่หายไปไหน ผลงานของผมขับเคลื่อนด้วยรูปทรงที่สมมาตรและให้คุณค่ากับสัดส่วนที่เท่ากัน รวมไปถึงลายเส้น, รายละเอียดเล็กๆ ที่เป็นเหมือนหลักสูตรวิชาของผม ผมให้ความสำคัญอย่างมากในรายละเอียดทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง มันแสดงให้เห็นถึงความแม่นยำและความมุ่งมั่น ในเวลาที่สร้างสรรค์ผลงานผมรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุข เวลาที่ทุกอย่างเข้ากันได้ดีทั้งสีสันและลายเส้นที่ซับซ้อน

ชื่อ ‘Asmoe’ มาจากอะไร ?

ที่จริงแล้ว ‘Asmoe’ เกิดมาจากการทดลองของหลายๆ ชื่อ โดยไม่มีความหมายลึกซึ้งอะไร ตอนแรกผมเริ่มใช้ชื่อ ‘Amoeba’ มาก่อน ไม่กี่ปีผมก็ตัดตัว B กับ A ออก เหลือเป็น ‘Amoe’ หลายปีผ่านไปผมรู้สึกว่ามันมีอะไรที่ขาดไประหว่าง A และ M ผมเลยเติมตัว S ลงไปให้มันดูมีอะไรมากขึ้น หลังจากนั้นผมก็ยึดชื่อนี้เป็นหลัก แต่มีอยู่ปีนึงที่ผมตัด A ทิ้งไป เหลือเป็น ‘Smoe’ เพื่อลองดูศักยภาพของการใช้ชื่อที่ขึ้นต้นด้วย S และไม่นานนี้ผมก็เขียนชื่อ ‘Omsae’ แทนชื่อ ‘Asmoe’ เพื่อทดลองอะไรใหม่ๆ และจัดวางตำแหน่งของตัวอักษรในสไตล์ผมเอง สำหรับผมแล้วการเปลี่ยนชื่อเรื่อยๆ นั้น ทำให้ผมไม่หยุดนิ่งไปกับมุมมองใดมุมมองหนึ่งและก็เป็นวิธีที่ได้ผลมากที่สุดในการค้นหาสไตล์การเขียนของตัวเอง

เสน่ห์ของงานกราฟฟิตี้ สำหรับคุณคือ ?

สำหรับผมแล้วงานกราฟฟิตี้เป็นการขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจคือการที่สังคมกราฟฟิตี้ในที่อื่นๆ รอบข้างสามารถที่จะสื่อสารกันเองในภาษาของตนโดยไม่จำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากสาธารณะ พวกเราสื่อสารผ่านสไตล์ที่คนในวงการศิลปะอื่นๆ ก็มาตัดสินเราไม่ได้ พวกเราพูดภาษาเดียวกัน และสร้างโลกของเราที่มีแค่คนทำงานสไตล์นี้เท่านั้นที่จะเข้าใจ ซึ่งมันทำให้ผมทึ่งมากและผมก็ยินดีอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสมการนี้

นอกจากงานกราฟฟิตี้แล้ว คุณทำงานอะไรอยู่บ้าง ?

ตอนนี้ผมเป็นสถาปนิกและเพิ่งเรียนจบปริญญาโทเมื่อปีที่แล้ว ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำโปรเจคสถาปัตยกรรม อย่างไรก็ตามช่วงที่มีโรคระบาดนี้ ผมตัดสินใจพักงานและให้เวลากับงานศิลปะมากขึ้น และก็ทำงานฟรีแลนซ์บ้าง ผมจะออกไปพ่นกำแพงอีกแน่นอนถ้ารัฐบาลได้ปลดคำสั่งการล็อคดาวน์

ระบบการทำงานกราฟฟิตี้ของคุณ มีวิธีเป็นอย่างไรบ้าง ?

สไตล์การทำงานกราฟฟิตี้ของผมเหมือนกับสมการคณิตศาสตร์ มันมีหลายวิธี หลายสูตรในการหาคำตอบขึ้นอยู่กับความพอใจ ก่อนที่ผมจะสมัครเข้าเรียนในสาขาสถาปัตยกรรม สิ่งที่มีอิทธิพลต่องานของผมอยู่เสมอ คืองานกราฟฟิตี้สไตล์ New York ผมทึ่งในลายเส้นที่แข็งแรงและโครงสร้างของมันในทุกครั้งที่เห็น ในการสร้างสรรค์ผลงานตัวอักษร ผมมีความมั่นใจในเรื่องทฤษฏีของงานเหล่านี้ การหาแรงบันดาลใจที่สดใหม่ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ สำหรับงานเพ้นท์ก็ค่อนข้างมีแผนงานที่คล้ายกันและมีขั้นตอนซ้ำๆ อย่างไรก็ตามการฝึกทำซ้ำๆ แบบเดิมทุกวันมักจะพาไปถึงทางตัน แต่มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ในขั้นตอนการสร้างงาน พอผมโตขึ้น สิ่งเเปลกอีกอย่างคือการติดอยู่ที่เดิม มันไม่ได้เป็นภัยคุกคามผมอีกต่อไป ผมก็เลือกที่จะวนลูปขั้นตอนการทำงานของผมเพื่อมองหาผลลัพธ์ที่เป็นไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

อธิบายงาน WildStyle ในแบบของคุณ ว่าเป็นอย่างไร ?

งาน ‘WildStyle’ ที่ดี คืองานที่ซับซ้อนและมีพื้นฐานที่แข็งแรง ปราศจากสิ่งที่ไม่จำเป็นหรือส่วนประกอบที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องหรือไม่มีความหมาย ถ้าคุณแยกส่วนประกอบ ส่วนต่อขยาย, สีสัน, ส่วนเพิ่มเติม ออกจากกัน ตัวอักษรของคุณจะแข็งแกร่งพอที่จะยืนได้ด้วยตนเอง

เวลาว่างของคุณ นอกจากงานกราฟฟิตี้ ?

บางทีผมก็อ่านหนังสือ เล่นกับแมว ฟังเพลง ดูหนัง จริงๆ แล้วก็ค่อนข้างเป็นชีวิตแบบง่ายๆ นะ

ช่วยอธิบายคำว่า Graffiti และ Street Art ในมุมมองของคุณ เพราะในทุกวันนี้บางทีคนทั่วไปหรือศิลปินหน้าใหม่ๆ มีความสับสนและไม่มีความเข้าใจกันเยอะ ?

มันมีเส้นบางๆ ที่แบ่งชัดเจนระหว่างกราฟฟิตี้กับสตรีทอาร์ตนะ สตรีทอาร์ตเป็นศิลปะที่เป็นมรดกตกทอดของกราฟฟิตี้ร่วมสมัย จุดกำเนิดของกราฟฟิตี้มาจากการแสดงออกของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในสังคมที่ต่อต้านวัฒธรรมตามประเพณีนิยมในสังคม พูดง่ายๆ ว่าเป็นกบฎของสังคม ทำอะไรที่ท้าทายความเสี่ยง และทำให้อะดรีนาลีนสูบฉีดนั่นเอง แต่ในมุมของสตรีทอาร์ตคือการนำไอเดียของการโชว์งานศิลปะในที่สาธารณะที่มีงานกราฟฟิตี้อยู่ ซึ่งในที่สุดแล้วงานสตรีทอาร์ตกลายเป็นงานที่ได้รับยอมรับในการใช้แสดงออกทางศิลปะ แต่ก็อย่าลืมว่ากราฟฟิตี้ก่อกำเนิดขึ้นก่อนและมีเป้าหมายมุ่งไปยังทางสังคมนั้นๆ ในขณะที่สตรีทอาร์ตเน้นสื่อสารไปยังสาธารณะทั่วไป กราฟฟิตี้เชื่อมโยงอย่างมีนัยยะสำคัญมากกว่าและทำปฏิกิริยากับวัฒธรรมร่วมสมัย ในขณะที่สตรีทอาร์ตมุ่งเปิดประเด็นในการถกเถียงปัญหาในขณะนั้น, ความยุติธรรมในสังคม, เพศ, ความยากจน, เพศและการเมือง เพื่อวิพากษ์วิจารณ์บรรทัดฐานในสังคม ศิลปินสตรีทอาร์ตมักจะให้ความสำคัญกับการใช้ศิลปะเพื่อแทรกแซงและตอบโต้ทางสังคมมากกว่าการใช้ตัวอักษร ความสัมพันธ์ระหว่างกราฟฟิตี้และสตรีทอาร์ตมักจะถูกเหมารวมว่าเป็นสิ่งเดียวกัน แต่อย่างไรนั้นทั้งสองสิ่งนี้มันไม่เหมือนกันเเละก็มีความแตกต่างกันมาก เเต่ถึงอย่างไรเเล้ว ทั้งสองประเภทมันก็เชื่อมถึงกันเเละส่งเสริมกันเเละกันให้กับสังคม

ถ้าเลือกได้ คุณอยากพ่นที่ไหนมากที่สุด ?

ผมคิดมาเสมอว่าอยากไปพ่นที่อเมริกา หวังว่าวันหนึ่งผมจะมีโอกาสได้ไปนะ

ส่วนใหญ่เราจะมองและศึกษางานกราฟฟิตี้ในฝั่งยุโรป เป็นเหมือนครูคนนึง คุณมองใครเป็นแบบอย่างบ้างมั้ย ?

ผมคิดว่ามันจริงนะ กราฟฟิตี้ทางฝั่งยุโรปน่าประทับใจมาก ศิลปินกราฟฟิตี้ทุกคนได้แสดงฝีมือสุดเจ๋งในทุกครั้งที่สร้างสรรค์ผลงาน ผมโชคดีมากที่ได้มีโอกาสไปงานเทศกาลศิลปะต่างๆ ที่ยุโรปหลายครั้ง ผมตื่นเต้นที่ได้เห็นสไตล์เจ๋งๆ ในอีเว้นท์และมันเป็นอะไรพิเศษมากอย่างที่ประเมินเป็นราคาไม่ได้ พวกเขาไม่เคยทำให้ผมผิดหวัง จริงๆ ผมไม่ได้มีใครเป็นต้นแบบหรือแรงบันดาลใจเฉพาะเจาะจง เพราะศิลปินเก่งๆ มีเยอะแยะมากมายเลย

ในฐานะที่คุณเป็นศิลปินกราฟฟิตี้ของมาเลเซียที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนนึง ประสบการณ์ของคุณก็มีอยู่มากมาย คุณสามารถจัดอันดับ Graffiti Ranking ในเอเชียได้มั้ยว่าชาติใดตามมุมมองของคุณ ที่มีความน่าสนใจในงานกราฟฟิตี้มากที่สุด ? (ขอ 10 อันดับ)

  1. Indonesia
  2. China
  3. South Korea
  4. Taiwan
  5. Hong Kong
  6. Thailand
  7. Singapore
  8. Phillipines
  9. Japan
  10. Vietnam

คติในการทำงานของคุณคือ ?

ทำงานให้หนักเข้าไว้เเละมีความถ่อมตน

English Version

Introduce Yourself ?

My name is Asmoe Roc and Im from Kuala Lumpur, Malaysia. I represent Mediumtouch (ME), Sandal Vandals (SV), Zinc Nite Crew (ZNC) and Project Burnerz (PB)

What Did You Do During The Covid-19 Pandemic ?

In Malaysia, the Covid -19 cases is crazy. The numbers appears to spike in just a blink of an eye. This causes the government to imposed an immediate lock down towards the whole country. No one will be allowed to cross the state’s border, traveling more than 10km and only few people can go out to buy the essentials in one time. I spent most of my time learning and developing my work in the studio while having fun with my family. I’m super grateful to be reunited with my family after almost one year apart due to Covid-19 lock down.

What And When Got You Interested in Graffiti Art ?

Hip Hop culture is the reason why I get into graffiti. I spent most of my youth involved in various Hip Hop events with lots of friends who shared the mutual interest. Watching some of my favorite rappers performing in front of graffiti really caught me into the loop. That was when i first started to sketch my own version of graffiti. Hoping that one day I can become part of the Hip Hop culture. And Im still grateful that I made that decision.

How Was The Early Graffiti And Street Art Culture in Malaysia ?

In the beginning, Malaysians have quite mixed opinions in graffiti, especially when it comes to government. But most of them tend to disagree while folding both of their hands, as their perspective has been narrowed down to a single point of view which is vandalism. I have to admit, we are all lucky and grateful to have what we have now. All the luxury of huge so-called legal graffiti walls where we hosted Meeting of Styles annually, and few other prominent spots. Thanks to the earlier generation of graffiti writers who always fight for it. They are the ones who break the walls within the public and citizens, embracing all the risks and consequences daily, just to put the graffiti scene on top. Currently, with the existence of social media platforms, all the luxury of painting has been lifted to the notch where graffiti & street art finally receive the attention that they deserved. Huge media, companies, and agencies started to engage all the graffiti artists & writers to be involved with their commercials, ads, and projects. This has benefited us in so many ways, plus it’s a great opportunity for our graffiti community to be recognized publically. However, there’s always a constraint to this effect. The younger generation tends to views graffiti solely as a source of income, neglecting the roots and philosophy behind it. It is our job to keep on educates these kids that graffiti is beyond that boundary. Malaysia is one of the developing countries in Southeast Asia; consist of multi-racial community in one country. We have tons of walls here, big or small, legal or illegal walls, you named it! But however, our scene is quite small as compared to other countries, the movement and the scene are indeed small but it’s growing day by day. But when it comes to skill & executions; I can say now we are at the level where we manage to produce a top notch production. In Malaysia, the amount of writers nowadays is inevitably increased, as they started to leave their marks to represent their city. Various approaches have been implemented, in numerous ways to depict their style & identity. And it is our sole responsibility as more experienced style writers to guide them on the right path by showing good examples and mutual respect towards each other. I’m extremely happy when I heard there’s a new kid in a block & I can’t wait to see what they have to offer to the table.

Have You Started Graffiti Bombing & Tagging In Your Early Days ?

Yes, but nowadays, its all about painting pieces in various new spots.

What Is Your Style At The Moment ?

Its a wild style. But with the integration of architectural vocabularies, terminologies and principal. These are the most valuable fundamentals elements that need to be injected into all of my creative processes. Subconsciously, my lettering forms did reflect my identity as an architecture practitioners and it did sticks for some reason. My artwork was driven by consistent symmetrical & asymmetrical values, series of lines, small details & planes that generally derived from my syllabus. I pay extra attention to all the details involved. It shows my precision and determination is at the highest level when I paint, it’s satisfying when all the lines are at the right place where they were intended. Perfect blends, color combination, and intricate lines pumped me up.

Can You Tell Us Where The Name ‘Asmoe’ Came From ?

Basically, ‘Asmoe’ is derived from a bunch of experimental names. There’s no deeper meaning. I started my name as ‘Amoeba’ for few years, and lose the B & A, ‘Amoe.’ As the years progress I felt like there is something missing in between the A & M so I decided to add letter S to spice things up. Since then, it sticks with me. There was a time when I decided to lose the A for a whole year, ‘Smoe’, just to see the possibilities and potential of the letter S as the first letter. And currently, I did sometimes write “Omsae” instead of “Asmoe”, just to experiment various flow and letter’s composition of my own style. For me, changing name for a certain period of time will allow you to not get stagnant in one dimension while being one of the most efficient method to develop your own style of writing.

What Are Things In Graffiti That Fascinate You ?

For me, graffiti is one of the biggest art movement in the world. What fascinate me the most is how the community revolve around graffiti were able to communicate with their own language with each other without the need of public approval. We communicate through styles which no one from any other art community can judge. We speak the same volume and language, while building our world where only the practitioners will understands. That fascinate me the most. I’m super grateful to be part of the equation.

What Do You Or Work On Outside Of Graffiti ?

Currently, I’m an architect, I just graduated from my master’s degree last year. I’ve spent most of my time doing projects, in related with architecture. However, during this pandemic period, I took a break for a while, focusing on my art while working with some freelance job. I will paint outside again once the lock down has been lifted by the government.

How Is Your Graffiti Thought Process And Execution ?

Graffiti style writing for me is just like a math equation. There are various ways and formulas to solve them. It depends on your preference and strength. Back then, before I enrolled in the architecture field, my approach and influence have always been based on the classic New York wild style. I was intrigued by the strong lettering’s flow and structure whenever I see one.When it comes to my approach in graffiti writing, it’s always about the style authenticity, clarity with concrete & firm understanding of the foundations. Finding new & fresh flow is essential, the same goes for painting with a slightly similar scheme in a frequent manner. However, duplication of my style in daily practice often leads to a dead end. But that’s inevitable especially when it comes to the creative process. As I grow, the odds of being stuck are no longer a threat to me, and I choose the loop as the usual norm with more endless possibilities along the way.

Please Explain ‘WildStyle’ In Your Opinion ?

Good ‘WildStyle’ is a complex style with strong fundamentals, without unnecessary and irrelevant elements that doesn’t serve any purpose. If you strip all the extensions, colors and additional features, your letter must be strong enough to stand by itself.

How Do You Spend Your Free Time Besides Graffiti ?

I read books sometimes, playing with my cats, listening to music and watching movies. It’s actually pretty simple lifestyle hahaha

There Is A Lot Of Confusion And Misunderstanding About Graffiti And Street Art, Can You Describe What Are They In Your Opinion ?

There is a distinctive thin line between the definition of Graffiti and Street Art. Street art is an art form with contemporary graffiti inheritance. The origin definition of graffiti is a form of expression that has been dominated by the youth community that against the conventional culture. It’s basically a rebellious culture that involve high risk and crazy adrenaline rush. Street art on the other hands, is a form of art derived from the idea of exhibiting in public context that graffiti possessed. Eventually, street art became a highly legit form of art expression. After graffiti first established its appearance, where graffiti targeted its own community, while street art focus on the public. Graffiti is likely to connect more significantly towards the reaction of contemporary culture and may be artful in its visual representation whereas the purpose of street art is to offers openings into discussion of current issues, social justice, gender, poverty, sexuality and politics through its public critique of societal norms. Street artist tend to focus more on the artistic interventions and cultural response to the context rather than letter forms. The relationship between graffiti and street art is often viewed as identical entity. However, the differences between them is actually huge. Thus, establishing a little interaction in between the two elements is a complimentary.

If You Can Choose Any Places In The World, Where Would Pick To Do Your Graffiti ?

I always wanted to paint in United States of America. Hopefully one day I get the chance to go and paint there.

Some People See Graffiti Works In Europe As The Blueprint, Do You Agree With That And Who Is Your Muse ?

I think yes it’s true. Graffiti in Europe is tremendously impressive, every graffiti writers exhibit exceptional skills whenever they paint. I’m super grateful to be able to visit Europe for few times, for various art festival. The excitement to witness some of the great styles during the event is indeed priceless. They never failed to amaze me. I have no specific muse or inspiration. There are just too many of them!

As You Are One Of The Most Prominent Malaysian Graffiti Artists And Very Experienced. Can You Rank The Top 10 Asian Countries With Interesting Graffiti Scenes ?

  1. Indonesia
  2. China
  3. South Korea
  4. Taiwan
  5. Hong Kong
  6. Thailand
  7. Singapore
  8. Phillipines
  9. Japan
  10. Vietnam

What Is Your Work Code ?

Work hard, be humble.

 

////////////////////

 

credit photo : Asmoe

thank interview : Asmoe

english version : Ann Naratkul

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Back To Top
  • Sign up
Lost your password? Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.